เที่ยวไทยเริ่มฟื้น ททท.ยิ้มยอดจองกระเตื้อง
ประธานบอร์ด ททท.ชี้ ยอดจองการท่องเที่วยวเริ่มกระเตื้อง แต่ยังหวั่นเมื่อพ้นไฮซีซั่นจะสะดุดลงเหมือมเดิม เร่งหาแผนรับมือระยะยาว
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานบอร์ดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า แนวโน้มของการท่องเที่ยวเริ่มส่งสัญญาณบวกเนื่องจาก ยอดจองการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีเริ่มเข้ามาต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าทิศทางการท่องเที่ยวในปีหน้าน่าจะมีการขยายตัว อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ยังคงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาการท่องเที่ยวที่จะกลับมาอีกครั้ง หลังจากช่วงไฮซีซันในต้นปีหน้า
“ในไตรมาสสุดท้าย เริ่มมีการจองเข้ามา ถ้าไม่มีการเมืองกระทบ เชื่อว่า การท่องเที่ยวจะ เห็นแสงสว่างมากขึ้น แต่พอสิ้นไฮซีซัน ก็คงต้องว่ายน้ำลึกกันต่อ ตอนนี้กำลังใจถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องรีบช่วยกัน เช่น องค์การบริหารส่วนตำบลต้องเลือกโรงแรมที่จดทะเบียนถูกกฎหมายในการประชุม” นายวีระศักดิ์ กล่าว
และว่า สำหรับกลยุทธ์เพื่อพลิกฟื้นการท่องเที่ยวหลังวิกฤตินั้น ในเชิงการบริหารองค์กรสำคัญ 4 ส่วนได้แก่ ราชการ เอกชน ชุมชน และองค์การบริหารส่วนตำบล ต้องประสานงานกัน ตั้งแต่การวางวิสัยทัศน์ด้านการท่องเที่ยวร่วมกัน เพื่อตอบโจทย์ทั้ง 4 ตลาด ได้แก่
ตลาดในประเทศ ซึ่งถือเป็นตลาดที่ยั่งยืน ควรต้องมีการปรับแผนในการโฟกัสตลาด จากเฉพาะในตลาดบน ครอบคลุมไปถึงตลาดกลางและล่าง รวมทั้งตลาดเฉพาะเจาะจงหรือนิชมาร์เก็ต เช่น ตลาดคนรักสุขภาพ ตลาดคนรักสัตว์เลี้ยง เป็นต้น อีกทั้งยังปรับกลยุทธ์จาก การทำตลาดตามพื้นที่ (Destination Base) เป็นการตลาดตามกิจกรรม (Activity Base)
ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นตลาดในประเทศให้เป็นตลาดหลักได้ เช่นเดียวกับในประเทศญี่ปุ่น ที่มีการท่องเที่ยวจากคนในประเทศกว่า 120 ล้านคนครั้ง แต่มาจากต่างประเทศเพียง 9 ล้านเท่านั้น ขณะที่ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศ 87 ล้านคนครั้ง สร้างรายได้ 3.8 แสนล้านบาท และจากต่างประเทศ 14.6 ล้านคน สร้างรายได้ 5 แสนล้านบาท ซึ่งมีรายได้ใกล้เคียงกันมากขึ้นในทั้ง 2 ตลาด
ทำซีอาร์เอ็ม เก็บข้อมูลนักท่องเที่ยว
ส่วนตลาดดั้งเดิม จากยุโรป จะต้องมีการเก็บข้อมูลหรือรายละเอียดของนักท่องเที่ยวจากตลาดดังกล่าว และทำซีอาร์เอ็ม โดยใช้ระบบไอทีเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญ
ซึ่งเร็วๆ นี้ ททท.เตรียมออกเว็บไซต์ใหม่ที่ใช้ระบบออนไลน์ และจีพีเอสในการดูแลและให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกด้วย
ขณะที่ตลาดศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ จะใช้การขยายตัวแทนประเทศไทยในประเทศต่างๆ ดังกล่าวให้ครอบคลุมมากขึ้น และตลาดระยะสั้น (Short haul) จะใช้การตั้งเป้าหมายในคุณภาพ แทนปริมาณ รวมทั้งปรับดัชนีชี้วัดออกมาใหม่ให้สอดคล้องอีกด้วย
“คู่แข่งไทยในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งสิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซียและเวียดนามนั้น ต้องมีการปรับมุมมองใหม่จากคู่แข่งมาเป็นคู่ค้า เช่น การเป็นพันธมิตรในการทำแพ็คเกจท่องเที่ยวร่วมกันในช่วงนี้อาจทำได้ เพราะประเทศเพื่อนบ้านอาจมีความพร้อมในด้านการเดินทางที่ความสะดวกสบายไม่ เท่าไทย แต่ในระยะยาวที่ต้องยอมรับว่าเวียดนามจะวิ่งไล่หลังมาด้วยความเร็วสูง ความร่วมมือกันกระตุ้นตลาดก็อาจยากขึ้น” นายวีระศักดิ์ กล่าว